บทที่ 1 สิ้นสุดรอยยื่นแห่งความโง่เขลา
เปรี้ยง!!
เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง A สายฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักราวกับต้องการชะล้างความโสมมของค่ำคืนนี้ ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลฟู่ คฤหาสน์ที่หรูหราที่สุดในแถบชานเมือง กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนาวเหน็บและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เซ็นซะ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านของฉัน!"
ปึก!
เอกสารปึกหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าของ 'หลินหว่านอี' กระดาษแผ่นบนสุดพิมพ์ตัวอักษรสีดำหนาเตอะไว้ชัดเจนว่า ‘หนังสือสัญญาหย่าขาด’
หลินหว่านอี หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายที่ตอนนี้มีรอยเปื้อนจากการทำครัวเมื่อช่วงเย็น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาคือ 'ฟู่ซือเยว่' สามีที่เธอแต่งงานด้วยมาสามปีเต็ม ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่กลับมีดวงตาที่เย็นชาและไร้หัวใจยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
ข้างกายของเขามีหญิงสาวร่างบาง หน้าตาจิ้มลิ้ม ทว่าซีดเซียวราวกับคนป่วยหนักยืนเกาะแขนเขาอยู่ เธอคือ 'ป๋ายรั่วซี' รักแรกที่ฟู่ซือเยว่ฝังใจมาตลอดกาล
"ซือเยว่..." หลินหว่านอีเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความรักและเทิดทูน บัดนี้สั่นระริกไปด้วยความเจ็บปวด "วันนี้... เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรานะ คุณบอกให้ฉันเตรียมอาหารมื้อค่ำรอคุณ แต่คุณกลับพาเธอเข้ามา... พร้อมกับใบหย่าอย่างนั้นเหรอ?"
"เลิกเล่นละครบทภรรยาผู้แสนดีได้แล้วหลินหว่านอี!" ฟู่ซือเยว่ตวาด เสียงของเขาเย็นเยียบ "รั่วซีป่วยหนัก เธอต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญ... เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของฉัน"
ประโยคสุดท้ายราวกับมีดนับพันเล่มพุ่งเข้าเสียบทะลุกลางหัวใจของหลินหว่านอี ริมฝีปากบางของเธอสั่นระริก "ตั้งครรภ์? คุณบอกว่าคุณงานยุ่ง คุณไม่มีเวลาให้ฉันตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา แต่คุณกลับไปมีลูกกับผู้หญิงคนนี้?"
ป๋ายรั่วซีที่เกาะแขนฟู่ซือเยว่อยู่แสร้งทำเป็นไอสองสามครั้ง ก่อนจะช้อนสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาขึ้นมองหลินหว่านอี "พี่หว่านอีคะ... ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแย่งซือเยว่ไปจากพี่ แต่ความรักของเรามันห้ามกันไม่ได้จริงๆ ฉันรู้ว่าพี่ดูแลซือเยว่มาสามปี พี่คงลำบากมาก แต่ตอนนี้ฉันท้องแล้ว เด็กในท้องต้องการพ่อ... พี่หย่าให้เราเถอะนะคะ ถือว่าทำบุญให้เด็กตาดำๆ"
"ทำบุญ?" หลินหว่านอีแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสมเพชที่สุดในชีวิตของเธอ "ป๋ายรั่วซี เธอหนีตามผู้ชายคนอื่นไปต่างประเทศ ทิ้งให้ฟู่ซือเยว่ต้องจมอยู่กับความตายเพราะโรคร้ายเมื่อสามปีก่อน เป็นฉัน! ฉันคนนี้ที่คอยดูแลเขา อดหลับอดนอนต้มยา หาหมอมารักษาจนเขากลับมาเดินได้ เป็นฉันที่เอาเงินเก็บทั้งหมดมาพยุงบริษัทฟู่กรุ๊ปที่กำลังจะล้มละลาย! แล้วตอนนี้ เธออุ้มท้องลูกของใครก็ไม่รู้กลับมา แล้วบอกให้ฉันทำบุญงั้นเหรอ!"
"หุบปาก!!"
เพียะ!!
ฝ่ามือหนาของฟู่ซือเยว่ฟาดลงบนแก้มเนียนของหลินหว่านอีอย่างแรงจนร่างบางล้มลงไปกองกับพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก แก้มซ้ายของเธอชาดิกและปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงห้าเส้นอย่างชัดเจน
"อย่ามาใส่ร้ายรั่วซี!" ฟู่ซือเยว่ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "เงินที่แกช่วยพยุงบริษัทก็แค่เศษเงินไม่กี่แสน มันเทียบไม่ได้กับสัญญาพันธมิตรที่รั่วซีหามาให้ฉันจากต่างประเทศหรอก! และเรื่องอาการป่วยของฉัน หมอเทวดาที่มารักษาฉันก็คือคนที่รั่วซีส่งมาอย่างลับๆ! แกมันก็แค่ผู้หญิงหน้าด้านที่สวมรอยเอาความดีความชอบของรั่วซีมาเป็นของตัวเอง เพื่อหวังจะได้แต่งงานเข้าตระกูลฟู่!"
หลินหว่านอีเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดที่แก้มเทียบไม่ได้กับความจุกที่อก หมอเทวดาที่ป๋ายรั่วซีส่งมา?
ช่างน่าขันสิ้นดี! หมอเทวดาคนนั้นคือ 'อาจารย์ลู่' ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนผู้เร้นกาย ซึ่งเป็นอาจารย์ปู่ของเธอเอง! เธอต้องคุกเข่าหน้าตากฝนอยู่สามวันสามคืนกว่าท่านจะยอมลงเขามาปัดเป่าพิษในร่างกายให้ฟู่ซือเยว่ และสัญญาธุรกิจที่ทำให้ฟู่กรุ๊ปก้าวรอดพ้นวิกฤต ก็เป็นเพราะเธอแอบใช้เส้นสายของ 'ตระกูลกู้' เข้าแทรกแซง!
แต่ผู้ชายตาบอดตรงหน้า กลับเชื่อคำโกหกพกลมของผู้หญิงแพศยาคนนี้อย่างหมดใจ!
"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน!" เสียงแหลมปรี๊ดของ 'คุณนายฟู่' แม่ของฟู่ซือเยว่ดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่เดินกรีดกรายลงมาจากบันไดชั้นสอง เมื่อเห็นป๋ายรั่วซี เธอก็รีบวิ่งเข้ามาประคองราวกับไข่ในหิน "โอ๊ย รั่วซีลูกแม่ ในที่สุดก็กลับมา ซือเยว่ ทำไมยังปล่อยให้ผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้เสนอหน้าอยู่ในบ้านอีก! รีบๆ ให้มันเซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไปซะ คฤหาสน์ของเรารองรับเสนียดจัญไรมานานเกินพอแล้ว!"
คุณนายฟู่หันมามองหลินหว่านอีด้วยสายตาเหยียดหยาม "หลินหว่านอี ในสัญญาหย่าระบุไว้ชัดเจนว่าแกจะไม่ได้สมบัติของตระกูลฟู่แม้แต่แดงเดียว! อ้อ แต่เห็นแก่ที่แกยอมเป็นคนใช้ซักกางเกงในให้ลูกชายฉันมาสามปี ฉันจะให้เงินสงเคราะห์แกสักห้าแสนหยวนก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นค่าตัว โยนบัญชีของแกมาสิ!"
คำพูดที่กรีดลึกลงไปในศักดิ์ศรี ทำให้หยาดน้ำตาที่เคยไหลรินของหลินหว่านอีหยุดชะงักลงทันที
สามปี... สามปีที่เธอยอมปกปิดฐานะที่แท้จริงของ 'คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้' ยอมใส่เสื้อผ้าราคาถูก ยอมทำอาหาร ทำงานบ้าน ยอมทนการโขกสับของแม่สามีและน้องสาวสามี เพียงเพราะคำว่า 'รัก' คำเดียวที่เธอมีต่อผู้ชายที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในวัยเด็ก
เธอคิดว่าความดีและความทุ่มเทจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจเขาได้ แต่เธอคิดผิด... หมาป่าตาขาวยังไงก็เป็นหมาป่าตาขาว!
หลินหว่านอียันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาที่เคยอ่อนโยนและยอมคน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและว่างเปล่าราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร ท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันนี้ทำให้ฟู่ซือเยว่ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกถึงรังสีความกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของผู้หญิงที่เขาเคยมองว่าจืดชืดมาตลอด
"ไม่ต้องเอาเงินเศษเนื้อของพวกคุณมาแปดเปื้อนฉัน" หลินหว่านอีเอ่ยเสียงเรียบ เธอหยิบปากกาที่วางอยู่ข้างเอกสารขึ้นมาโดยไม่ลังเล และตวัดลายเซ็นลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว
"ฉัน หลินหว่านอี ขอหย่าขาดจากฟู่ซือเยว่ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"
เธอโยนปากกาทิ้งลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับฟู่ซือเยว่ "ฟู่ซือเยว่ หวังว่าคุณจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจในวันนี้นะ เพราะนับจากนี้... อย่าหวังว่าฉันจะปรานีตระกูลฟู่อีก"
"ปากดี!" คุณนายฟู่แผดเสียง "คนอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาขู่ตระกูลฟู่! ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้!"
หลินหว่านอีไม่แม้แต่จะปรายตามองสองแม่ลูกและหญิงแพศยา เธอหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูคฤหาสน์โดยไม่ได้หยิบของติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาถูกพวกนั้น... ให้มันจบลงที่นี่พร้อมกับความโง่เขลาของเธอเถอะ
เมื่อบานประตูคฤหาสน์เปิดออก พายุฝนก็สาดกระเซ็นเข้ามา ร่างบางของหลินหว่านอีเดินออกไปท่ามกลางสายฝนที่หนาวเหน็บ โดยไม่มีใครในบ้านตระกูลฟู่คิดจะห้ามปราม มีเพียงสายตาเยาะเย้ยของป๋ายรั่วซีที่ลอบมองตามแผ่นหลังของเธอ
เมื่อเดินพ้นเขตประตูรั้วคฤหาสน์ตระกูลฟู่ หลินหว่านอีก็หยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่หน้าจอมีรอยร้าวขึ้นมา เธอป้อนรหัสลับ 16 หลักเพื่อปลดล็อกระบบเข้าสู่เครือข่ายสื่อสารส่วนตัวที่ถูกเข้ารหัสขั้นสูงสุด
เธอต่อสายตรงไปยังหมายเลขที่ไม่ได้ติดต่อมานานถึงสามปี
เพียงแค่สัญญาณดังขึ้นครั้งเดียว ปลายสายก็รับทันที
"คุณหนูใหญ่..." เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือด้วยความดีใจของชายชราดังขึ้น "ในที่สุด... ในที่สุดคุณหนูก็ยอมติดต่อกลับมาแล้ว! นายท่านกับฮูหยินเป็นห่วงคุณหนูแทบแย่!"
"ลุงหวัง" หลินหว่านอีเอ่ยเรียกพ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลกู้ น้ำเสียงของเธอกลับมาทรงอำนาจและเด็ดขาดเฉกเช่นทายาทผู้กุมบังเหียนตระกูลมหาเศรษฐีตัวจริง "ฉันเล่นสนุกพอแล้ว มารับฉันที... ฉันจะกลับบ้าน"
"รับทราบครับคุณหนู! กระผมจะส่งขบวนรถไปรับคุณหนูเดี๋ยวนี้!"
สิบห้านาทีต่อมา
ภายในห้องนั่งเล่นตระกูลฟู่ ป๋ายรั่วซีกำลังออดอ้อนซบไหล่ฟู่ซือเยว่ "ซือเยว่คะ พี่หว่านอีเดินออกไปตัวเปล่าแบบนั้น จะไม่เป็นไรเหรอคะ? ฝนตกหนักขนาดนี้ ฉันกลัวว่าเธอจะ..."
"ไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงหน้าเงินแบบนั้นหรอก" ฟู่ซือเยว่ตอบเสียงแข็ง แต่ลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก ภาพแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวและแววตาที่เยือกเย็นของหลินหว่านอียังคงติดตาเขา
"อุ๊ยตาย! ซือเยว่ มาดูนี่เร็วเข้า!" คุณนายฟู่ที่ยืนจิบไวน์มองออกไปนอกหน้าต่าง ร้องอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
ฟู่ซือเยว่และป๋ายรั่วซีรีบเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ก่อนที่ดวงตาของทั้งสองจะเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด!
ที่ด้านนอกรั้วคฤหาสน์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม สีดำเงางามจำนวนยี่สิบคัน ขับเข้ามาจอดเรียงรายเป็นแนวยาวเหยียดราวกับขบวนเสด็จของราชวงศ์ ไฟหน้ารถส่องสว่างจ้าทะลุม่านฝน
และสิ่งที่ทำให้คนตระกูลฟู่อ้าปากค้างคือ บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนรีบลงจากรถ วิ่งกางร่มสีดำคันใหญ่ไปล้อมรอบร่างของ 'หลินหว่านอี' หญิงสาวที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นคนชั้นต่ำ!
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ก้าวลงจากรถคันกลาง เขาโค้งคำนับให้หลินหว่านอีจนแทบจะติดพื้น ท่ามกลางสายฝน เสียงตวาดอันทรงพลังของบอดี้การ์ดนับสิบดังแหวกอากาศเข้ามาถึงในคฤหาสน์
"ยินดีต้อนรับคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ กลับสู่ตระกูลครับ!!"
หลินหว่านอีปรายหางตาหันกลับมามองที่หน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลฟู่ มุมปากของเธอยกยิ้มเย็นเยียบ เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง!
ฟู่ซือเยว่เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น... คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้? ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศที่สามารถทำลายฟู่กรุ๊ปได้ด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวนั่นน่ะเหรอ!?
นี่เขา... เพิ่งจะหย่ากับใครไป?!
